สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในธรรมชาติ  มีการดำรงชีวิตร่วมอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบ  สิ่งแวดล้อมมีทั้งสิ่งไร้ชีวิต  เช่น  น้ำ  หิน  ฟ้า  อากาศ  และสิ่งแวดล้อมมีชีวิต  ซึ่งอาจเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวกับสิ่งมีชีวิตนั้น  หรือเป็นสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน  การที่สิ่งมีชีวิตหลายชนิดอยู่รวมกันในบริเวณเดียวกัน  เรียกว่า  กลุ่มสิ่งมีชีวิตหรือสังคมสิ่งมีชีวิต  บริเวณที่อาศัยของกลุ่มสิ่งมีชีวิตอาจแตกต่างกันไป  ทั้งบนบกและในน้ำ  ตัวอย่างของแหล่งที่อาศัยอยู่บนบก  เช่น  ในสนามหญ้า  บนต้นไม้  ขอนไม้ผุ  นาข้าว  ในป่า  ตัวอย่างของแหล่งที่อาศัยอยู่ในน้ำ  เช่น บ่อ บึง  ลำธาร  น้ำตก  ทะเล 

กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันในแหล่งที่อาศัยแห่งเดียวกันมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน  โดยอาจมีความสัมพันธ์ทั้งในการแก่งแย่ง  กรือพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน  พร้อมกับมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมของที่อยู่อาศัยที่ส่วนใหญ่เป็นสิ่งไร้ชีวิต  เช่น  ดิน  นำ  แสงสว่าง  แร่ธาตุ  ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่เดียวกันและสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่ไร้ชีวิต   เรียกว่าระบบนิเวศ 

 Photobucket

    ระบบนิเวศ  หมายถึง  ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตด้วยกันในกลุ่มสิ่งมีชีวิต  และยังสัมพันธ์กับสิ่งไร้ชีวิตภายในแหล่งที่อยู่อาศัย  ความสัมพันธ์ทั้งสองลักษณะเกิดในขณะเดียวกัน  สิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่งจึงไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยว  โดยไม่มีความสัมพันธ์กับสิ่งที่อยู่โดยรอบ  เช่นเดียวกับการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ที่ไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดียวได้  จำเป็นต้องอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม  ดังนั้นมนุษย์จำเป็นต้องรักษาและทะนุบำรุงสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาพดี  เพื่อการอยู่รอดของมนุษย์เอง

 Photobucket

สิ่งมีชีวิตต่างๆที่พยในแหล่งที่อยู่อาศัย เรียกว่า  กลุ่มสิ่งมีชีวิต  ซึ่งมีความแตกต่างกันตามชนิดและจำนวน  กลุ่มสิ่งมีชีวิตนอกจากมีความสัมพันธ์กับสิ่งไร้ชีวิตในบริเวณนั้นด้วย  ตัวอย่างพืชเจริญได้ดีในดินที่มีความชื้น  แสงสว่าง  อุณหภูมิ  ความเป็นกรด  เบส  และแร่ธาตุในปริมาณที่หมาะสม  เมื่อพืชเจริญเติบโตดีจะเป็นอาหารของสัตว์พวกหนอน  ผีเสื้อ  ตั๊กแตน  แต่แมลงบางชนิด  เช่น  ผีเสื้อช่วยผสมเกสรดอกไม้ซึ่งให้ประโยชน์แก่พืช  ในขณะที่พืชอยู่รวมกันมากๆต่างแก่งแย่งแสงสว่างกันโดยแข่งกันเพิ่มความสูงจากลำต้น

แหล่งที่อยู่อาศัยที่ได้สำรวจ  คือ  สระน้ำ  ขอนไม้ผุ  สวนหย่อม  สนามหญ้า  พุ่มไม้  จัดเป็นระบบนิเวศ  แต่ระบบนิเวศบางระบบนิเวศอาจเรียกชื่อตามสิ่งมีชีวิตที่มีปริมาณมากที่สุดในระบบนิเวศนั้น  เช่น  ระบบนิเวศป่าสัก  ระบบนิเวศป่าแสมโกงกาง  ระบบนิเวศแนวปะการัง  ระบบนิเวศนาข้าว ฯลฯ

Photobucket

 

บทบาทและหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ

สิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศมีความสัมพันธ์ที่เห็นได้ชัด คือ  การกินกันเป็นทอดๆ  เช่น  สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศนาข้าว  ได้แก่  ต้นข้าว  หนู  ตั๊กแตน  กบ  งู  นกเค้าแมว  คน  อาจแยกความสัมพันธ์ได้ดังนี้

จากผังที่ 1  ต้นข้าวถูกตั๊กแตนกิน  ตั๊กแตนถูกกบกิน  กบถูกงูกิน  งูถูกคนกิน

และผังที่ 2 ต้นข้าวถูกหนูกิน  หนูถูกงูกิน  งูถูกนกเค้าแมวกิน

จากแผนผัง แสดงว่า  ต้นข้าวเป็นผู้ผลิต  ตั๊กแตนเป็นผู้บริโภคพืชหรือผู้บริโภคอันดับแรก  กบเป็นผู้บริโภคสัตว์อันดับแรกหรือผู้บริโภคอันดับสอง  งูเป็นผู้บริโภคสัตว์อันดับสองหรือผู้บริโภคอันดับสาม  คนเป็นผู้บริโภคสัตว์อันดับสามหรือผู้บริโภคอันดัยสี่หรือผู้บริโภคอันดับสุดท้าย

 

Photobucket

 

ในขณะที่มีการกินกันเป็นทอดๆ  มีการถ่ายทอดพลังงานที่แตกต่างกันออกไป  เช่น

  • ตั๊กแตนกินต้นข้าวมีการถ่ายทอดพลังงานจากผู้ผลิตโดยตรง
  • เมื่อกบกินตั๊กแตน  กบได้รับการถ่ายทอดพลังงานจากผู้บริโภคอันดับแรก
  • เมื่องูกินกบ  งูได้รับการถ่ายทอดพลังงานจากผู้บริโภคอันดับที่สอง
  • เมื่อคนกินงู  คนได้รับการถ่ายทอดพลังงานจากผู้บริโภคอันดับสามหรือผู้บริโภคอันดับสุดท้าย                                

จากรูป (ข)  แสดงว่าต้นข้าวถูกหนูกิน  งูกินหนู  และนกเค้าแมวกินงู  การกินกันเป็นทอดๆนี้เรียกว่า  ห่วงโซ่อาหาร  ( Food chain)  วิธีการเขียนโซ่อาหาร  เริมจากสิงมีชีวิตที่ถูกกิน  มีหัวลูกศรชี้ไปยังตัวกิน  (หัวศรลักษณะคล้ายช้อนเข้าปากผู้บริโภค)  เขียนต่อไปเป็นทอดๆจนหมดโซ่อาหาร

โซ่อาหาร  ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่ต่างกันโดยเริ่มจากพืชที่มีหน้าที่สร้างอาหารด้วยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง  โดยใช้น้ำและแก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์โดยมีพลังงานจากแสง  ทำให้เกิดการสะสมน้ำตาลและแผ้งอยู่ในส่วนต่างๆของพืช  พืชจึงถูกจัดเป็นผู้ผลิต  พืชจะถูกกินโดยผู้บริโภคพืชหรือสัตวฺกินพืช  เช่น  ตั๊กแตน  หนู  กระต่าย  กวาง ฯลฯ  กินเป็นอาหาร  ผู้บริโภคพืชจึงได้รับพลังงานในสารอาหารมาจากพืช  ผู้บริโภคถูก  กบ  งู  สิงโต  จระเข้  กินเป็นอาหาร  สัตว์เหล่านี้คือ  ผู้บริโภคสัตว์  ซึ่งได้รับพลังงานถ่ายทอดมาจากผู้บริโภคพืช  สัตว์บางชนิดสามารถบริโภคได้ทั้งพืชและสัตว์  สัตว์ชนิดนี้จึงเรียกว่า  ผู้บริโภคพืชและสัตว์  เช่น คน แมว  สัตว์ที่จับสัตว์อื่นกินเป็นอาหารโดยการล่า  เรียกว่าผู้ล่า  สัตว์ที่ถูกจับกินเป็นอาหารเรียกว่า เหยื่อ  และยังจัดผู้บริโภคแยกออกเป็นผู้บริโภคอันดับแรก  คือ  ผู้บริโภคพืช  ส่วนสัตว์กินเนื้อซึ่งเป็นผู้บริโภคอันดับสุดท้าย  คือ ผู้บริโภคที่กินสัตว์

ในแต่ระบบนิเวศมีหลายโซ่อาหารอยู่รวมกันโดยสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งอาจเป็นส่วนประกอบของโซ่อาหารได้หลายโซ่อาหาร ความสัมพันธ์ของโซ่อาหารหลายๆโซ่เรียกว่าสายใยอาหาร(Food Web)ดังตัวอย่าง

สิ่งมีชีวิตในห่วงโซ่อาหารมีความสัมพันธ์ในการเป็นอาหารของสัตว์อื่น และขณะเดียวกันก็กินสัตว์อื่นเป็นอาหารด้วย

  • ข้าว ข้าวโพด กุหลาบ จัดเป็นผู้ผลิต
  • หนูนา ตักแตน ผีเสื้อ แมลงวัน เป็นผู้บริโภคอันดับแรกหรือผู้บริโภคพืช
  • สุนัขจิงจอก เหยี่ยว กบ แมลงปอ นก เป็นผู้บริโภคอันดับสองหรือผู้บริโภคสัตว์
  • กบ เป็นผู้บริโภคอันดับ 3 เมื่อกับกินแมลงปอ
  • งู เป็นผู้บริโภคอันดับ 3 เมื่องูกินกบ กบกินตักแตน ซึ่งกินพืช
  • เหยี่ยวเป็นผู้บริโภคอันดับ 4 เมื่อเหยี่ยวกินงู ซึ่งงูกินกบ กบกินตักแตน

ในธรรมชาติยังมีสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง คือผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ทำหน้าที่ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตที่ตายหรือของเสียของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนิเวศ ผู้ย่อยสลายได้แก่ แบคทีเรีย เห็ด รา

ผู้ย่อยสลายอินทรียสารมีแผร่กระจายอยู่ทั่วไปในดินในน้ำในอากาศเมื่อผู้ย่อยสารย่อยซากสิ่งมีชีวิตต่างๆแล้วได้สารอนินทรีย์ พืชสามารถนำสารอนินทรีย์เหล่านั้นมาใช้ได้อีกเป็นการถ่ายทอดสารเป็นวัฏจักรอยู่ในระบบนิเวศ

แบคทีเรีย เห็ด รา ซึ่งเป็นผู้ย่อยสลายอินทรียสารมนุษย์ได้นำผู้ย่อยสารอินทรียสารหลายชนิดไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นำแบคทีเรียบางชนิดไปผลิตนมเปรี้ยว น้ำส้มสายชู ราบางชนิดนำไปผลิตที่เป็นยา เช่น เห็ดหลินจือ หรือยา เพนิซิลลิน ที่สร้างโดยราเพนิซินเลียม เห็ดหลายชนิดนำไปใช้เป็นอาหารเช่นเห็ดเผาะเห็ดโคลนเห็ดหอมแต่ราหลายชนิดทำให้เกิดโรคได้ทั้งในพืชและสัตว์รวมทั้งเห็ดอีกหลายชนิดเป็นพิษหากนำไปใช้เป็นอาหารอาจทำให้ถึงตายได้โดยเฉพาะเห็ดที่มีสีสวยและเห็ดรูปร่างแปลกๆ

ในระบบนิเวศที่ค่อนข้างสมดุจ หมายความว่า ไม่ต้องรับสารจากนอกระบบยกเว้นพลังงานจากดวงอาทิตย์ดังนั้นในระบบนิเวศนั้นๆต้องมีสิ่งมีชีวิตทั้ง 3 กลุ่ม คือ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย ซึ่งต้องมีจำนวนมากพอประมาณอีกทั้งยังต้องมีสายใยอาหารที่ซับซ้อน คือผู้บริโภคแต่ละชนิดสามารถกินอาหารได้หลายชนิดดังนั้นเมื่อเหยื่อชนิดใดชนิดหนึ่งหายไปจากระบบนิเวศผู้บริโภคก็ยังมีเหยื่อชนิดอื่นเป็นอาหารได้อีกอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศยังคงเกิดขึ้นได้เช่นผู้บริโภคเพิ่มจำนวนมากขึ้นจำนวนเหยื่อก็ต้องลดลงแต่การเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศที่สมดุจต้องใช้เวลาค่อนข้างนานยกเว้นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม พายุหมุน เป็นต้น

ในระบบนิเวศที่มีสิ่งมีชีวิต ค่อนข้างน้อยชนิดโซ่อาหารมีน้อยไม่ซับซ้อนทำให้สายใยอาหารไม่ซับซ้อนด้วยผู้ล่าแต่ละชนิดอาจกินเหยื่อเพียงชนิดเดียวดังนั้นเมื่ออาหารหรือเหยื่อหมดไปผู้ล่าก็ต้องตายหรือออกไปหาอาหารนอกระบบนิเวศนั้นๆเป็นเหตุให้บ้างพื้นที่ ที่ทำการเกษตรกรรมขนาดใหญ่ เช่น การปลูกป่าสัก หรือ การทำสวนยาง เมื่อมีศัตรูพืชระบาด ต้นสักหรือต้นยาง พืชที่เป็นผู้ผลิตทั้งหมด อาจถูกทำลายลงจนเกิดการขาดแขลนอาหารทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่เป็นผู้บริโภคในระดับต่างๆในระบบนิเวศเดียวกันอาจตายไปพร้อมกันหมดได้เช่นกัน

เมื่อเข้าใจในระบบนิเวศว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตด้วยกันและสิ่งไร้ชีวิตแล้วดังนั้นเมื่อจะทำกิจกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศจึงต้องระมัดระวังหรือหาทางป้องกันผลิตกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศนั้นด้วย

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

embarrassed

#1 By riddler on 2009-05-23 08:46

เง้อ.....!!! อย่าทำหน้างงอย่างงั้นจิคะsad smile

คือกุ๊กยังทำบล็อกนี้ไม่เสร็จเยยอ่า... cry

ที่กดตีพิมพ์เราต้องการจะดูรูปแบบอ่าค่ะ ว่าตัวหนังสือมานไปกระจุกตรงกลางเหมือนเดิมอ่ะป่าว แหะๆ

ยางมิเสร็จค่า เพิ่งเริ่มเท่าน้านเอง อิอิ ยังไงก้อตามแต่ ช่วยติดตามกันด้วยนะคะ (บล็อกนี้หนูทำส่งอาจารย์ค่ะ)

#2 By Claire KurusaWa on 2009-05-23 09:19

เย้ๆๆๆๆ เสร็จแล้วค่ะ เชิญมาทัศนากันได้เยยค่ะconfused smile

#3 By Claire KurusaWa on 2009-05-24 14:59

big smile

ได้ความรู้เยอะเลยนะครับ ผมชอบวิทยาศาสตร์มาก

มีบอกประวัติส่วนตัวด้วย อิอิ น่ารักดีนะครับ

ไว้ผมจะมาตามอ่านนะครับ บายquestion

#4 By แชมป์คร้าฟ (222.123.185.172) on 2009-05-29 20:08

การปรับตัวทางสรีระของสิ่งมีชีวิต

#5 By 3333 (118.174.19.139) on 2010-02-17 16:38

tongue

#6 By วง (61.19.66.4) on 2010-03-13 13:10

เจ่งวะคัฟbig smile

#7 By (110.164.164.21) on 2010-06-11 10:47

ตอนนี้แย่มกหางานไม่เจอ

#8 By lookkate009@hotmail.com (124.122.199.101) on 2010-06-13 19:50

wink wink wink wink

#9 By (58.9.211.222) on 2010-06-17 20:50

#10 By (222.123.176.171) on 2010-06-19 15:20

ทำไมไม่มีสิง่ที่จะหาwink open-mounthed smile

#11 By biw (125.27.215.252) on 2010-06-24 17:03

big smile open-mounthed smile confused smile question wink sad smile big smile sad smile wink cry cry

#12 By (125.27.250.170) on 2010-06-28 11:38

#13 By (183.89.243.251) on 2010-07-02 19:38

#14 By (182.232.103.198) on 2010-07-15 17:17

open-mounthed smile

#15 By (118.173.192.150) on 2010-07-20 12:58

#16 By (203.172.201.222) on 2010-07-21 14:30

embarrassed ยังไม่พบ
เรื่องที่ต้องการ

#18 By (110.49.193.21) on 2010-07-24 10:14

sad smile เหนื่อยแว้ววววววววววววววววววววววววววววววว

เซ้งวะ

#19 By (110.49.193.21) on 2010-07-24 10:15

sad smile เหนื่อยแว้ววววววววววววววววววววววววววววววว

เซ้งวะ

#20 By (110.49.193.21) on 2010-07-24 10:16

#21 By เปงดัยแค่นี้ (110.49.193.21) on 2010-07-24 10:17

ได้ความรู้มากเลย
ยิ่งกว่าเลยซะอีก
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry ที่เราพอจัยส์

#22 By คงเดิม (110.49.193.21) on 2010-07-24 10:20

sad smile embarrassed

#23 By 36 (124.121.44.166) on 2010-07-24 12:27

question question embarrassed sad smile confused smile open-mounthed smile big smile

#24 By ไก่ 6/1 (118.173.244.163) on 2010-07-29 10:40

big smile open-mounthed smile question embarrassed surprised smile double wink cry

#25 By (124.120.199.181) on 2010-08-01 21:27

ชอบเว็บนี้นะopen-mounthed smile

#26 By (124.120.199.181) on 2010-08-01 21:28

ผมสอบพรุ่งนี้คับสอบวิชานี้คับ

ข้อเขียนเด้อพี่น้อง

ขอบคุณคับสำหรับบล็อบนี้ที่ให้ความรู้เด้อ

#27 By นักศึกษา (124.157.224.109) on 2010-08-01 22:07

ดีค่ะquestion

#28 By กาแฟ (58.9.54.97) on 2010-08-08 19:33

ดีค่ะquestion

#29 By กาแฟ (58.9.54.97) on 2010-08-08 19:33

big smile open-mounthed smile

#30 By เเส่ส (203.172.171.227) on 2010-08-11 15:11

ดีค่ะ++

#31 By (222.123.177.240) on 2010-08-12 16:48

ดีครับ

#32 By (61.19.66.106) on 2010-08-14 06:30

#33 By (182.52.126.20) on 2010-08-19 12:58

บ้ากูสามีมัน

#34 By (203.172.175.131) on 2010-08-19 15:48

ฐ.ฯ

#35 By (118.173.200.142) on 2010-08-20 14:00

ดีมากขร๊

ดีจิงๆๆ

ดีม่ายมีที่ติด

ดีสุโคย

#36 By ครีม (58.9.3.202) on 2010-08-24 16:07

sad smile tongue question surprised smile wink double wink

#37 By (58.9.3.202) on 2010-08-24 16:07

question ดีจังได้ความรู้ไปทำการบ้านเยอะเลยsurprised smile cry double wink confused smile open-mounthed smile

#38 By มายด์ (119.31.121.79) on 2010-08-26 20:40

10000000000000000000000000+0000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000

#39 By ทารก (182.93.218.54) on 2010-08-27 10:54

1000 surprised smile embarrassed tongue sad smile

#40 By ทารก (182.93.218.54) on 2010-08-27 10:54

tongue question question wink wink double wink double wink

#41 By คันางวนร (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:17

tongue question question wink wink double wink double wink

#42 By คันางวนร (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:17

big smile confused smile open-mounthed smile surprised smile double wink cry question

#43 By สวยตัวแม่ (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:28

big smile confused smile open-mounthed smile surprised smile double wink cry question

#44 By สวยตัวแม่ (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:28

big smile confused smile open-mounthed smile surprised smile double wink cry question

#45 By สวยตัวแม่ (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:28

big smile confused smile open-mounthed smile surprised smile double wink cry question

#46 By สวยตัวแม่ (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:28

big smile confused smile open-mounthed smile surprised smile double wink cry question

#47 By สวยตัวแม่ (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:28

big smile confused smile open-mounthed smile surprised smile double wink cry question

#48 By สวยตัวแม่ (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:28

big smile confused smile open-mounthed smile surprised smile double wink cry question

#49 By สวยตัวแม่ (124.120.116.235) on 2010-08-27 18:28

ดีคับ

#50 By มด (117.47.71.57) on 2010-08-28 10:52

Claire KurusaWa View my profile